คุณติดกับดักอยู่ในความฝันสำเร็จรูปหรือเปล่า?
ระยะ 3-4 ปีให้หลังมานี้ เพลินสังเกตว่าวงการธุรกิจ โดยเฉพาะออนไลน์เฟื่องฟูมาก คนมีช่องทางทำมาหากินจากออนไลน์สะดวก และง่ายขึ้น หลายคนตั้งตัวได้จากการริเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ หรือใช้เครื่องมือออนไลน์ช่วยนี่แหละ เราจึงเห็นว่าเกิดเศรษฐีใหม่ขึ้นจำนวนมาก บางคนยังเรียนอยู่ก็จับเงินแสน บางคนจบใหม่ มีบ้าน มีรถ เงินล้านหลั่งไหลเข้ามาง่ายดาย อายุน้อยก็เป็น Ceo เป็นเจ้าของธุรกิจได้ ดูแลทีมหรือพนักงาน สื่อต่างๆ ก็มักจะนำเสนอเรื่องราวเหล่านี้เพราะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ เราจึงได้ดูได้เสพเรื่องราวความสำเร็จเหล่านี้เป็นประจำ
เพลินไม่ได้ต่อต้านเรื่องโมเดลธุรกิจ หรือความร่ำรวยอย่างรวดเร็ว ไม่ได้แอนตี้ิวิธีการใด ตรงกันข้ามกลับชื่นชมเสียด้วยซ้ำ
แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ เรื่องราวความสำเร็จ “แบบแผน” ที่ถ่ายทอดส่งต่อกันอย่างต่อเนื่องนี่ล่ะ ที่ได้สร้าง “ค่านิยมใหม่” ขึ้นในสังคมไทยขึ้นมา
ค่านิยมของการรวยเร็ว
ค่านิยมที่วัดความสำเร็จด้วยจำนวนเม็ดเงินที่ได้
โอกาสทำเงินง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อน ยิ่งมีคน “รวย” ได้ง่ายมากเท่าไหร่ มาตรฐานใหม่ก็เริ่มก่อตัวขึ้น
หน้าตาของ “ความสำเร็จ” เริ่มจากการให้มีเงิน และมีให้มากขึ้นๆ ยิ่งมีมากเท่าไหร่ยิ่งแปลว่า “ประสบความสำเร็จ”
ใครทำเงินได้มากแปลว่าเก่งมาก
ใครหาเงินได้เยอะ = ประสบความสำเร็จ
เราจะเริ่มเห็นคนนิยาม “ความฝัน” เหมือนกันมากขึ้น...
“อยากจับเงินแสน” “อยากจับเงินล้าน” “จะต้องมีเงินสิบล้าน ร้อยล้านให้ได้”
พูดง่ายๆ คือ “ต้องรวยเป็นมหาเศรษฐี”
อยากรวย อยากมีเงินไม่ผิดแต่อย่างใด
แต่สะดุดใจที่...ความอยากรวยมันกลายเป็น “ความฝันสูงสุด” และ “ความฝันพิมพ์นิยม” ไปตั้งแต่เมื่อไหร่
เราถูกกล่อมด้วยเรื่องราวความสำเร็จ มีเงินมหาศาล เป็นบรรทัดฐาน
โดยที่หลงลืมไปว่า “ความฝัน” ที่แท้จริงของเราคืออะไรกันแน่?
ความฝันสมัยเด็กที่เรื่องเงินๆ ทองๆ ยังไม่ละเลงจนเราไขว้เขว
ความฝันสมัยนั้น...ที่ “นิยามความสำเร็จ” ของเราอาจจะหมายถึง ...
การเป็นนักบินอวกาศที่ค้นพบดาวดวงใหม่สักดวง
เป็นนักเขียนที่คนอ่านชื่นชอบผลงาน
เป็นคุณหมอที่รักษาคนไข้ให้หายจากโรคภัย
เป็นตำรวจที่ดี พิทักษ์ความยุติธรรม
เป็นนักดนตรีที่ได้เล่นเพลงเพราะๆ
เป็นคุณครูให้ความรู้ อบรมสั่งสอนให้เด็กเป็นคนดี
หรือแม้แต่การอยู่สุขสงบกับครอบครัวหรือคนที่เรารัก
เราหลงลืมไปว่า ความสุขที่แท้จริงของเราคืออะไร... จำกลิ่นของความสุข และความฝันของเราได้อยู่หรือไม่
บางทีเราอาจจะมีความสุขแล้วกับสิ่งที่เป็นอยู่ แต่วิ่งไล่ไขว่คว้าเงินทองเพิ่มขึ้นเพราะคิดว่าคือมาตรวัดความสำเร็จที่แท้จริงหรือเปล่า
จริงอยู่ว่าเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต เลี้ยงปากท้อง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินช่วยบันดาลและแก้ปัญหาได้สารพัด
เพลินไม่ได้บอกให้เราปฏิเสธเงิน (เพลินก็ยังอยากได้อยู่นะ) แต่เงินไม่ควรกลืนกินตำแหน่ง “ความฝันอันสูงสุด” ของเรา
เราควรจะมีความสุขง่ายๆ ได้ทำในสิ่งที่รัก สิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณอย่างแท้จริง เงินเป็นเรื่องที่มาด้วยกัน ให้คิดวางแผนอย่างรอบคอบ มีสติ หาเพิ่มแบบที่ไม่กัดกินตัวตน
เงินที่เพิ่มขึ้นควรจะเพิ่มเพื่อสนองความฝันที่แท้จริงของเรา
ความฝันและความสุขของเราแต่ละคน หน้าตาไม่เหมือนกัน
ลองฟังเสียงหัวใจตัวเองดูว่า... จริงๆ แล้ว ความฝัน หรือ ความสุขของคุณคืออะไรกันแน่
ถ้าไม่เคยถามหรือไม่เคยมี ก็ลองคิดได้แล้ว
ที่แน่ๆ เพลินเชื่อว่า ไม่ใช่การมีเงินให้มากที่สุด
ด้วยรักจากใจ
ด้วยรักจากใจ
ผู้หญิงเชิงรุก
#ผู้หญิงเชิงรุก #ผู้หญิงยุคใหม่ไม่ลำไย #สวยสมองดี #Beautygoodvibes #Beautifulmind #beautymindandsoul #mindandsoulcoach #beautymindcoach
#ผู้หญิงเชิงรุก #ผู้หญิงยุคใหม่ไม่ลำไย #สวยสมองดี #Beautygoodvibes #Beautifulmind #beautymindandsoul #mindandsoulcoach #beautymindcoach

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น